ความสามัคคีท่ามกลางความหลากหลายในมุมมองอิสลาม


Unity in Diversity

คุตบะฮ์วันศุกร์ที่ 6 July 2012

إنِ الْحَمْدَ لِلَّهِ نَحْمَدُهُ وَنَسْتَعِينُهُ وَنَسْتَغْفِرُهُ وَنَعُوذُ بِاللَّهِ مِنْ شُرُورِ أَنْفُسِنَا وَمِنْ سَيِّئَاتِ أَعْمَالِنَا مَنْ يَهْدِهِ اللَّهُ فَلا مُضِلَّ لَهُ وَمَنْ يُضْلِلْ فَلا هَادِيَ لَهُ وَأَشْهَدُ أَنْ لا إِلَهَ إِلا اللَّهُ وَحْدَهُ لا شَرِيكَ لَهُ وَأَنَّ مُحَمَّدًا عَبْدُهُ وَرَسُولُهُ  امابعد

ขอความสันติสุข ความสลามัตและเราะมัตของเอกองค์อัลลอฮ์ (ซบ) จงประสบแด่ท่านผู้มีเกียตริที่มาละหมาดในวันศุกร์นี้ทุกท่าน

เป้าหมายของคุตบะฮ์วันนี้ก็เพื่อมาตักเตือนเราทุกคนให้ยำเกรงต่ออัลลอฮ์ (ซบ)

คุตบะฮ์ในวันนี้ผมจะนำเสนอเรื่อง ความสามัคคีท่ามกลางความหลากหลายในอิสลาม “Unity in Diversity from an Islamic perspective”
พี่น้องที่มีเกียตริทั้งหลาย อายะฮ์กรุอานที่ได้อ่านไปข้างต้นมีความหมายเกี่ยวกับความหลากหลายของมนุษย์บนพื้นโลกแห่งนี้ ดังนี้

  • (5:48) เราได้ให้มีบทบัญญัติและแนวทางไว้ และหากอัลลอฮ์ทรงประสงค์แล้วแน่นอนพระองค์ก็ทรงให้พวกเจ้าเป็นประชาชาติเดียวกันแล้ว  แต่ทว่าเพื่อที่จะทรงทดสอบพวกเจ้าในสิ่งที่พระองค์ได้ประทานแก่พวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงแข่งขันกันในความดีทั้งหลายเถิด ยังอัลลอฮ์นั้นคือการกลับไปของพวกเจ้าทั้งหมด แล้วพระองค์จะทรงแจ้งให้พวกเจ้าทราบในสิ่งที่พวกเจ้ากำลังขัดแย้งกันในสิ่งนั้น
  • (30: 22) และหนึ่งจากสัญญาณทั้งหลายของพระองค์คือ การสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และการแตกต่างของภาษาของพวกเจ้าและผิวพรรณของพวกเจ้า แท้จริงในการนี้แน่นอน ย่อมเป็นสัญญาณสำหรับบรรดาผู้มีความรู้
  • (49: 13) โอ้ มนุษยชาติทั้งหลาย แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากเพศชาย และเพศหญิง และเราได้ให้พวกเจ้าแยกเป็นเผ่า และตระกูลเพื่อจะได้รู้จักกัน แท้จริงผู้ที่มีเกียรติยิ่งในหมู่พวกเจ้า ณ ที่อัลลอฮ.นั้น คือผู้ที่มีความยำเกรงยิ่งในหมู่พวกเจ้า แท้จริงอัลลอฮ.นั้นเป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน

แท้ที่จริงแล้วเรา มักลูคที่ถูกสร้างนั้นมีความหลากหมายอยู่ในหลายมิติ ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องความเชื่อ ในเรื่องความคิด ค่านิยม อุดมการณ์ และในเป้าหมายของชีวิต สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามีการปฎิบัติที่ไม่เหมือนกัน มีการแสดงออกทางสังคมที่แตกต่างกัน การแสดงออกทางสังคมลักษณะนี้บ้างก็ทำให้เกิดผลดีกับสังคม บ้างก็สามารถทำให้เกิดความเข้าใจผิด รู้สึกถึงความแปลกในสังคม และอาจจะนำไปสู่ปัญหาสังคมได้ในที่สุด
ในอิสลามความแตกต่างหรือหลากหลายในสังคมคือสัญญานถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า คือความสวยงามและความโปรดปรานที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานมาให้กับพื้นโลกใบนี้ และเรามักจะได้ยินผู้รู้กล่าวอยู่เสมอว่า ความหลากหลายในคำตัดสินเรื่องศาสนาคือความโปรดปรานของมุสลิมเรา แต่สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาก็ต่อเมื่อเราไม่ยอมรับความหลากหลายเหล่านี้และคิดว่าหลากหลายเหล่านี้เป็นตัวฉุดความเจริญและนำไปสู่ความแตกแยก ดังนั้นจุดแรกที่เราควรมาทำความเข้าใจคือเรื่องของความคิดหรือแนวความคิด และทัศนคติในอิสลาม

ความคิดในความสำเนียกของมุสลิมเกิดจากการเข้าใจจากอัลกรุอาน ซุนนะฮ์ของท่านนบี (ซล) ประวัติศาสตร์อิสลาม และนำความเข้าใจเหล่านี้มาหล่อหลอมเป็นมโนทัศน์และโลกทัศน์เกี่ยวกับว่าอะไรคือหลักการอิสลาม และแบบปฎิบัติอิสลาม

  • อิสลามได้ยอมรับความหลากหลายทางความเชื่อซึ่งอัลลอฮ์ได้ตรัสไว้ในซูเราะฮ์อัลบากอเราะฮ์ ด้วยโองการที่ว่า “ไม่มีการบังคับใดๆ ในศาสนา” (๒. ๒๕๖) และในซูเราะฮ์อัลกาฟีรูน คือ “สำหรับท่านคือศาสนาของท่าน และสำหรับฉันคือศาสนาของฉัน” (อัลกาฟีิรูน ๑๐๙.๖)
  • อิสลามได้ยอมรับคนต่างศาสนิกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอุมมะฮ์ เราจะเห็นได้จาก รัฐธรรมนูญมาดีนะฮ์ ที่ท่านศาสดา (ซล) ได้ร่วมลงนามกับยิวและคริสเตียนในช่วงก่อตั้งรัฐมาดีนะฮ์ใหม่ๆ
  • แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าพอสมควรที่มีนักวิชาการบางท่านบางกลุ่มได้ยกเลิกหลักการและแบบปฎิบัติเหล่านี้ด้วยการเข้าใจของวิธี นาซิกมันซูก คือการยกเลิกตัวบทและแบบปฎิบัติบางอย่างที่มีความขัดแย้งกันในความคิดของพวกเขา

นอกจากนั้นความแตกต่างของบรรดาซอฮาบะฮ์ เหตุการณ์ที่ชัดเจนเหตุการณ์หนึ่งคือ เมื่อท่านศาสดา (ซล) ใด้สั่งให้บรรดาซอฮาบะฮ์เดินทางไปบานีคูรอยเซาะฮในช่วงที่อยู่ในเวลาดุฮริ โดยที่่ท่านกล่าวว่า จงไปละหมาดอัสร์ที่บานูคอรอยเซาะฮ์ แต่เนื่องจากว่าขณะที่คณะเดินทางกำลังมุ่งหน้าไปที่เมืองดังกล่าวเวลาอัศรฺก็กำลังจะหมดแล้ว ทำให้บรรดาซอฮาบะฮ์มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน กลุ่มหนึ่งบอกว่าจะละหมาดที่บานูคอรอยเซาะฮ์ถึงแม้ว่าเวลาอัสร์จะผ่านไปแล้ว อีกกลุ่มหนึ่งบอกว่าเราจะละหมาดระหว่างทางเพราะละหมาดห้าเวลามีเวลาที่ถูกกำหนดตามเวลาของมันแล้ว ในที่สุดทั้งสองกลุ่มก็ปฎิบัติตามที่พวกเขาเข้าใจอย่างแตกต่างกัน เมื่อเรื่องราวนี้ไปถึงท่านศาสดา (ซล) ท่านไม่ได้ติติงฝ่ายใดเลย และนี้คือตัวอย่างที่สำคัญในการยอมรับความหลากหลายทางความคิด ความเข้าใจและการปฎิบัติในยุคแรกของอิสลาม
และอีกเช่นกันเหตุการณ์เรื่องความแตกต่างทางความคิดได้นำไปสู่ชัยชนะของมุสลิมก็มีให้เห็นในประวัติศาสตร์อิสลาม นั่นคือ เหตุการณ์ที่ ซัลมาน อัลฟารีซี ชาวเปอร์เซียได้เสนอความคิดเห็นการขุดเพลาะคูน้ำเพื่อทำการป้องกันเมืองในสงครามค็อนดัก ในที่สุดความคิดที่แตกต่างนี้ก็นำไปสู่ชัยชนะของมุสลิม
วิธีการหล่อหลวมความหลากหลายให้เป็นเอกภาพหรือความสามัคคี เริ่มต้นจากการยอมรับในความหลากหลายต่างๆ ของพวกเรา และการจะทำให้เกิดความสามัคคีได้นั้นก็ต้องเข้าใจถึงหลักการอิสลามที่อยู่ในกรอบของชารีอะฮ์ แต่การเข้าใจชารีอะฮ์นั้นไม่เพียงพอที่จะสร้างความกลมเกลียวและสามัคคีในสังคมได้ หากปราศจาก”การเข้าใจถึงเป้าหมายแห่งชารีอะฮ์่”
การเข้าใจถึงเป้าหมายของชารีอะฮ์คือการเข้าใจถึงหลักการและเจตนารมณ์ที่อัลลอฮ์ทรงประทานกฎหรือบทบัญญัติต่างๆ มาให้เรา และเป้าหมายหลักของมันคือ การการันตีถึงความยุติธรรมในสังคมและการอยู่ดีเป็นสุขรวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน และที่สำคัญที่สุดเป้าหมายของชารีอะฮ์คือการตอบโจทย์ว่า อะไรคือผลประโยชน์ของผู้คนเป็นส่วนสำคัญ
اقول قولي هذا فاستغفر الله لي ولكم ولسائر المسلمين والمسلمات والمؤمنين والمؤمنات ٬ فاستغفروه انه هو الغفور الرحيم

———————–
الحمد لله
พี่น้องชาวดูสนที่มีเกียตริทั้งหลาย จากมโนทัศน์ที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น พอจะเห็นได้ว่า ความสามัคคีได้ถูกฝังรากอยู่ในหลักการอิสลามหลักการหนึ่งแล้ว ที่สามารถตอบโจทย์ว่าอะไรคือผลประโยชน์ของสังคมโดยรวม
บ้านดูสนเราในปัจจุบันได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในเรื่องของการบริหารกิจการมัสยิด การเรียนการสอนตาดีกา จนได้รับประกาศนียบัตรต่างๆ และคำกล่าวขานมากมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการทำงานเป็นทีม การสานต่องานการพัฒนา และการสร้างความสามัคคีให้แน่นแฟ้นขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้ก็หาใช่จะไม่มีอุปสรรคเข้ามาทำให้เราต้องเตรียมพร้อมในการหาทางออกให้กับสังคม อุปสรรคต่างๆ พอจะเห็นได้จาก

  1. การเกิดแนวทาง ความคิด และอุดมการณ์ในการพัฒนาและฟื้นฟูอิสลามที่แตกต่างกัน
  2. ผลกระทบของความขัดแย้งด้านอากีดะฮ์ ฟิกฮ์ของผู้รู้ ซึ่งมีผลกระทบต่อคนทั่วไป
  3. ความรู้สึกแปลกแยกของการปฎิบัติที่แตกต่างกัน

ทางออกที่ยึดหลักมะกอศิดอัชชะรีอะฮ์นั้น จะต้องไม่นำมาซึ่งความแตกแยกและผลกระทบที่ทำให้สูญเสียผลประโยชน์สาธารณะ ไม่ว่าคนๆ นั้นจะอ้างว่าจะมาเพื่อฟื้นฟูอิสลาม จะดะวะฮ์ จะให้ความรู้ หรือจะนำความจริงมาปรากฎ สุดท้ายแล้วต้องไม่นำความสูญเสียมาให้สถาบันสังคมของเรา
ดังนั้นการเปิดพื้นที่ว่างเล็กๆ ทางสังคมที่เราสามารถแสดงออกควรจะได้รับการเคารพและให้เกียรติในสิทธิและศักดิ์ศรีของความเป็นคน การเปิดพื้นที่ว่างทางความคิดที่ให้คนๆ หนึ่งได้มีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องของเขาเอง และการเปิดพื้นที่ส่วนรวมในการร่วมศึกษาและร่วมพัฒนาจากความแตกต่างของกันและกันจึงเป็นสิ่งที่เราไม่ควรละเลย แต่สิทธิและเสรีภาพที่ควรได้รับในพื้นที่ทางสังคมนี้ต้องไม่ขัดกับหลักการอิสลามเช่นกัน
สุดท้ายนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า บ้านดูสนของเราจะสามารถสร้างมิติใหม่ๆ ในการพัฒนาจากความหลากหลายของพวกเราในด้านต่างๆ เพื่อที่จะนำไปสู่การอยู่ดีมีสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนของเราได้ ภายใต้ความเมตตา พอใจของอัลลอฮ์ตลอดไป ทั้งในดุนยาและอาคิเราะฮ์

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

  • เพื่อน

%d bloggers like this: