ฟิตนะห์ในสังคม สร้างขึ้นโดยตัณหาของเราเอง


เซฟหัวใจฟิตนะห์ในสังคม สร้างขึ้นโดยตัณหาของเราเอง

โดย ฟาตีมะห์

สังคมเราทุกวันนี้เริ่มเสื่อมโทรมขึ้นเข้าทุกวัน  สัญญาณของวันสิ้นโลกหลายๆอย่างได้คืนคลานเข้ามาอย่างช้าๆ  ฟิตนะห์ได้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย  เมื่อเราพูดถึงเรื่องฟิตนะห์  หลายๆคนมักนึกถึงฟิตนะห์ที่เกิดจากผู้หญิงซะเป็นส่วนใหญ่  ก่อนที่จะเข้าเรื่องของฟิตนะห์  สิ่งแรกที่ต้องแจกแจงคือนิยามความหมายของคำว่า “ฟิตนะห์”  ฟิตนะห์คือ “การสร้างความเดือดร้อน, ความวุ่นวาย, การทำให้เกิดความเสียหาย, การสร้างความเจ็บแค้นให้แก่ผู้อื่น, การทำให้สังคมโดยรวมปั่นป่วน, การสร้างความเสื่อมเสียให้แก่วงศ์ตระกูล ฯลฯ[1]

ในสมัยท่านนบีมูฮำหมัดก็ได้เกิดหลากหลายเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความวุ่นวายกันในสังคม แต่ไฉนเล่าในยุคสุดท้าย เหตุการณ์ความวุ่นวายในสังคมชั่งมากมายเหลือเกิน ส่วนในวันนี้หัวข้อที่จะเน้นในเรื่องฟิตนะห์คือเรื่องการแตกแยกกันในสังคมมุสลิม สาเหตุที่ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมนั้นอาจจะเริ่มต้นมาจากหลายเหตุผลด้วยกัน หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ มนุษย์เรามักจะต้องการมีสิทธิ์มีเสียงหรือต้องการแสดงออกความคิดเห็นขอตนเองให้เต็มที่ จนทำให้ลืมว่าการแสดงออกด้วยการว่าร้ายหรือพูดจาสาดโคลนใส่กันนั้นเป็นส่วนหนึ่งของฟิตนะห์

ใช่อยู่ที่บ้านเรานั้นปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย หลายๆคนเชื่อว่าการมีสิทธิมีเสียงในสังคมเป็นสิ่งที่ดีและเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย แต่ไฉนเล่าหลักการประชาธิปไตยใช่ว่าจะลงรอยกับหลักการอิสลาม  ประชาธิปไตยให้อิสรภาพในการมีสิทธิมีเสียง  แต่หลักการอิสลามที่ว่าด้วยการปกครองก็เช่นเดียวกัน  ให้อิสระในการออกความคิดเห็นและมีสิทธิมีเสียง อย่างไรก็ตามหลักการอิสลามมีตรรกะการปกครองที่ดีกว่าคือ การกระทำทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบของชารีอะฮ์อิสลาม (กรุอ่านและซุนนะฮ์)  การมีอิสระในสังคมนั้นทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อื่นและจนทำให้เกิดความวุ่นวายในสังคม และการแบ่งพักแบ่งพวกเกิดขึ้นโดยไม่คำนึงถึงหลักอากีดะห์ที่ต้องหยึดเหนี่ยว ฟิตนะฮ์ของอารมณ์ใฝ่ต่ำจะทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ลุ่มหลงดุนยา ฝักใฝ่ และมุ่งเน้นดุนยา ทำการตัดญาติขาดมิตร และทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นการฝ่าฝืนต่ออัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา

ผู้แสวงหาฟิตนะฮ์บางคนจะได้รับประโยชน์จากการสร้างฟิตนะฮ์ วิกฤตการณ์ต่างๆสนองให้เขาเป็นที่ยอมรับของคนในสังคม แต่ในทางกลับกันเขาเหล่านั้นไม่ได้เป็นที่รักของเอกองค์อัลลอฮ์เลย เขาเหล่านั้นได้ปลุกกระแสและสร้างข่าวอึกกระทึกคึกโคมโจมตีฝ่ายตรงข้ามโดยไม่ได้คำนึงถึงหลักขอเท็จจริงของอัลอิสลาม ท่านนบีได้กล่าวว่าในยุคสุดท้าย คนที่ใส่ร้ายถูกมองว่าเป็นคนดีในสังคม “ท่านนบีได้เน้นย้ำเกี่ยวกับเรื่องฟิตนะห์เพื่อให้เราห่างไกลจากการกระทำนี้ จงระวังความสับสนวุ่นวายฟิตนะห์ที่เกิดขึ้นทั้งที่ปรากฏชัดเจนและไม่ชัดเจน เพราะฟิตนะฮ์นั้นล้วนแต่จะปิดกั้น ทำให้ห่างจากศาสนาของอัลลอฮ์”[2] ท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล.)ได้กล่าวถึงผู้แสวงหาฟิตนะฮ์ดั่งฮาดิษข้างล่าง

“ท่านทั้งหลายจงรีบเร่งการทำงานที่ดีเถิด ก่อนที่จะมีฟิตนะฮ์เกิดขึ้น ซึ่งเป็นที่น่าขยะแขยง น่ารังเกียจ น่ากลัว ที่จะเข้ามาปกคลุมเสมือนกับช่วงค่ำคืนของกลางดึกที่เงียบสงัด มีความวังเวง คนที่เป็นมุมินตอนเช้า แต่พอตกเย็นก็กลายเป็นกาฟิร เขาจะขายศาสนาของเขาเพื่อแลกกับเกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งโลกดุนยา ด้วยราคาอันน้อยนิด ซึ่งแทบจะหาคุณค่าใดๆมิได้เลย”  (บันทึกโดย มุสลิม)

อย่างไรก็ตาม อิสลามศาสนาของเอกองค์อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลาได้มียาสมานแผลของสังคมที่เกิดจากการ“ฟิตนะห์”ไว้อย่างครบครันอยู่แล้ว แต่สิ่งที่อาจจะต้องทำเป็นอันดับแรกคือทำ “จิตใจ” ของคนเราสวามิภัทธ์ต่อเอกองค์อัลลอฮ์ ซึ่งหลักการอากีดะห์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เรามุสลิมทุกคนต้องยึดมั่นอย่างเหนี่ยวแน่นเพื่อที่จะไม่ให้ไซตอนล่อล่วงให้ตกเป็นเยื่อของผู้ก่อฟิตนะห์ หากทำได้เช่นนั้นแล้วการขายศาสนาเพื่อแลกกับเกียรติยศศักดิ์ศรีแห่งโลกดุนยาจะไม่เกิดขึ้นแก่เราและทำให้เราเดินอยู่บนเส้นทางของอัลอิสลามที่สมบูรณ์

                                             ขอให้ผู้อ่านทุกคนห่างไกลจากการฟิตนะห์ทั้งปวงด้วยเทอญ อามีน…


[1]มูรีด ทิมะเสน, http://www.mureed.com/mr_talk/bview.asp?id=252

[2]มาลิก  โยธาสมุทร http://www.islammore.com/main/content.php?page=sub&category=26&id=2803

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

  • เพื่อน

%d bloggers like this: