การประท้วงผิดหลักการอิสลามหรือไม่?


การเดินขบวนประท้วงผิดหลักการอิสลามหรือ?
โดย ศ.ดร.ฎอริก รอมาฎอน
แปลและเรียบเรียงโดย มุสลิม วงศาวิศิษฐ์กุล

 tariq-ramadan

ผมได้รับจดหมายและข้อความจำนวนมากที่ถามคำถามลักษณะเดียวกันว่า “การออกมาประท้วงนั้นถูกต้องตามหลักการอิสลามหรือไม่?” ทีแรกผมคิดว่าคำถามลักษณะนี้มันล้าสมัยไปแล้ว แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้น เพราะมีบางคนที่อ้างตนว่าเป็นนักวิชาการศาสนาออกมาสร้างความสับสนให้กับผู้คน

บางท่านมักจะถามหาโองการอัลกรุอานและแบบฉบับของท่านศาสดามูฮัมหมัด ศ็อลฯ (ฮาดีษ) ที่อนุญาตการประท้วงลักษณะดังกล่าว ความจริงแล้วหลักฐานในเรื่องนี้นั้นต้องมาฝ่ายที่ห้ามการประท้วงต่างหากเล่า เนื่องจากหลักการแรกในอิสลามที่เกี่ยวกับเรื่องทางสังคม (มูอามาลาต) นั้นคือ “การอนุญาต” (นั่นหมายความว่า ทุกอย่างเป็นที่อนุญาตให้กระทำได้ หากไม่มีหลักฐานการห้ามที่ชัดเจน) และนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ที่ห้ามการประท้วงที่จะต้องหาหลักฐานที่ชัดเจน (จากอัลกุรอานและฮาดิษ) เกี่ยวกับการห้ามการประท้วงมาแสดง หากกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ มันไม่มีหลักฐานการห้ามที่ชัดเจนนั่นเอง!

นักวิชาการศาสนาบางท่านที่รับใช้ผู้มีอำนาจจากประเทศซาอุดิอาระเบียไปจนถึงอียิปต์ (และในความเป็นจริงแล้วอยู่ภายใต้ผู้นำเผด็จการทั้งสิ้น) ได้ออกฟัตวา (ให้ความเห็นทางศาสนา) ด้วยกับการอรรถาธิบายที่น่าสงสัยและจุดยืนที่ไม่เป็นกลาง ด้วยการกล่าวว่า ผู้นำ (ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร) จำต้องได้รับการเชื่อฟังและการปฎิบัติตาม ดังนั้นการประท้วงจึงเป็นเรื่องต้องห้าม นักวิชาการที่รับใช้รัฐและผู้นำเผด็จการเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ได้รับการแต่งตั้งและรับค่าตอบแทนจากพวกผู้นำเหล่านั้น พวกเขาจึงให้ทัศนะทางศาสนาที่ยึดอิงอยู่กับผู้มีอำนาจ ดังนั้น ทัศนะของพวกเขาจึงไม่ใช่คำฟัตวาที่ถูกต้องของนักวิชาการศาสนา (not Islamic fatwa by scholars) แต่เป็นทัศนะทางการเมืองของข้าราชสำนักนั่นเอง (but political fatwa by courtiers)

สิ่งที่ท่านศาสนทูตมูฮัมหมัด ศ็อลฯ กล่าวไว้ค่อนข้างชัดเจนคือ “การทำญิฮาดที่ิยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การพูดความจริงต่อหน้าผู้ปกครองที่เผด็จการ” จริงๆ แล้วนี่คือสิ่งที่ผู้คนที่ออกไปประท้วงบนถนนกำลังทำอยู่…พวกเขากำลังพูดความจริงในที่ๆ พวกเขาอยู่อาศัย ที่ๆ พวกเขาสามารถแสดงออกได้ นี่คือการแสดงออกที่น่ายกย่อง เป็นการกระทำที่กล้าหาญเพราะพวกเขาต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่อชีวิต และมันคือการกระทำซึ่งในบางครั้ง บางโอกาส ถือเป็นหน้าที่มากกว่าสิทธิเสียด้วยซ้ำ

มีอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญ เราน่าจะจดจำกันได้ เมื่อโมเสส (ศาสดามูซา) และ ไอรอน (ศาสดาฮารูน) ยืนอยู่ต่อหน้ากษัตรย์ฟาโรฮ์ (พระผู้เป็นเจ้าบัญชาว่า) “พวกเจ้าจงพูดแก่เขา (ฟาโรฮ์) ด้วยคำพูดที่ดี บางทีเขาอาจจะนึกขึ้นได้ หรือไม่เขาอาจจะสั่นกลัว” (คัมภีร์อัลกุรอาน 20:44) แน่นอนว่ามันมีวิธีในการพูด เช่น ด้วยกับความแน่วแน่และความสุภาพ ด้วยกับความกล้าหาญแต่ปราศจากความรุนแรง เป็นต้น ความจริงแล้วความสุภาพและสันติวิธีคือความกล้าหาญที่แท้จริง เช่น ไม่มีการยั่วยุ ไม่มีการทำลายทรัพย์สินของรัฐ ไม่มีการเหยียดเชื้อชาติกัน คำพูดที่ทรงพลังและมีเกียรติโดยผู้หญิงและผู้ชายจะต้องคำนึงถึงเกียรติของตัวเองและสาเหตุของการต่อสู้ แต่สำหรับกลุ่มที่ทำลายทรัพย์สินของรัฐหรือใช้สโลแกนการเหยยีดเชื้อชาติ พวกเขามักจะแสดงให้เห็นถึงความวิตกกังวลส่วนตัวมากกว่าต้องการปกป้องเป้าหมายของการต่อสู้ หรือบางทีพวกเขาอาจจะถูกครอบงำ หรือเป็นข้าศึกที่แฝงตัวโดยพยายามทำลายเป้าหมายของการต่อสู้มากกว่า

เราไม่ควรปล่อยปะละเลยเมื่อจัดงานหรือกิจกรรมอะไรบางอย่าง เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้ทุกๆ ความพยายามเป็นสิ่งที่ได้รับการรับรู้โดยทั่วกันและจะต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการหาประโยชน์ส่วนตัว นี่คือสิ่งจำเป็นและเป็นความรับผิดชอบแต่เราจะต้องไม่นิ่งเฉยเด็ดขาด ในทุกๆ สถานการณ์ เราต้องอยู่ให้ฉลาดและกล้าหาญ จำกันไม่ยาก… ฉลาดและกล้าหาญ

ที่มา http://tariqramadan.com/english/2014/07/27/demonstrations-are-anti-islamic/

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

  • เพื่อน

%d bloggers like this: