เหตุผลที่ “ทำไมเราควรไปเรียนเมืองนอก”


เหตุผลที่ “ทำไมเราควรไปเรียนเมืองนอก”

11010618_10153124126018839_7314527514373386429_n

ทีมงานโรงเตี้ยมดูสนเชื่อว่า การลงทุนด้านการศึกษาคือการเปิดโอกาสให้กับชีวิตและเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เยาวชนมีวุฒิภาวะสูงโดยสามารถคิดได้เองอย่างมีวิจารณญาน การไปเรียนเมืองนอกถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีที่สุดในปัจจุบันท่ามกลางระบบการศึกษาในเมืองไทยที่ประสบปัญหามาอย่างยาวนาน ทีมงานฯ ได้อ่านข้อเขียนของ รศ.ดร วิชาญ ลิ่วกีรติยุตกุล จากเฟสบุ้คของท่านและเห็นว่าเป็นคำอธิบายที่น่าสนใจว่า “ทำไมเราควรไปเรียนเมืองนอก?” และด้วยเหตุประการฉะนี้จึงขอนำประสบการณ์การการสัมภาษณ์นักเรียนของท่านอาจารย์มาเผยแพร่ในบล็อกของเรา ดังต่อไปนี้

วันนี้ไปเป็นกรรมการสอบสัมภาษณ์เพื่อรับนักเรียนเข้าหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ อินเตอร์ของจุฬาฯ เป็นกิจกรรมที่ผมชอบและถ้าไม่ติดอะไรจะรับเป็นกรรมการสอบสัมภาษณ์ งานนี้มีโอกาสได้พบเจอเด็กที่มีพื้นฐานหลากหลาย ทั้งเด็กที่ผ่านระบบโรงเรียนไทย เด็กที่เรียนโรงเรียนอินเตอร์ และเด็กที่เคยเรียนที่เมืองนอกมา เด็กที่เคยเรียนต่างประเทศมาจะเป็นเด็กที่น่าสนใจที่สุดจากทั้งสามกลุ่ม การได้ผ่านประสบการณ์ที่ต่างประเทศทำให้เด็กพวกนี้มีวุฒิภาวะสูง มีความคิดเป็นของตัวเองไม่แพ้ผู้ใหญ่ สามารถพูดคุยได้อย่างฉะฉาน เคยมีเด็กที่เรียนโรงเรียนอินเตอร์ที่เวียดนามเพราะพ่อทำการค้าอยู่ที่นั่น เค้าเล่าให้ฟังถึงเศรษฐกิจของเวียดนามเปรียบเทียบกับประเทศไทยได้อย่างน่าสนใจ ไม่ใช่แค่พูดตามที่อ่านจากสื่อต่าง ๆ แต่เป็นการพูดจากประสบการณ์ตรง มีมุมมองเป็นของตัวเอง

ผิดกับเด็กที่เรียนโรงเรียนไทยที่ดูน่าสนใจน้อยที่สุด เคยสัมภาษณ์เด็กไทยที่เคยฝึกงานช่วงฤดูร้อนที่ร้านเคเอฟซีในห้างพารากอน ถามว่าเค้าได้ประสบการณ์อะไรบ้างจากการฝึกงานนี้ เด็กตอบว่าได้รู้วิธีการทอดไก่ ถามต่อว่าแล้วได้อะไรอีกนอกจากวิธีทอดไก่ เค้าตอบว่าได้รู้วิธีใช้เครื่องคิดเงินตรงแคชเชียร์ ถึงจุดนี้เลยต้องเลิกถาม เด็กอีกคนไปแลกเปลี่ยนที่อาร์เจนตินา เขียนในใบสมัครซะดีว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ในชีวิต ถามว่าได้ประสบการณ์อะไรบ้าง เค้าตอบว่าได้รู้จักวิธีใช้เครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ (ไม่ต้องไปถึงอาร์เจนตินาก็ได้มั้งหนู)

เคยถามคำถามโหดว่ามีเหตุการณ์ไหนในอดีตที่อยากกลับไปแก้ไขบ้าง เด็กผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่าทะเลาะกับย่าแล้วย่าก็เสีย จากนั้นก็ปล่อยโฮชุดใหญ่กลางห้อง คนสัมภาษณ์ถึงกับอึ้งครับ คำถามนี้เลยต้องพับเก็บไม่กล้าถามอีกต่อไป เด็กไทยส่วนใหญ่พอถามถึงเหตุการณ์บ้านเมือง ส่วนใหญ่ก็ตอบจากที่อ่านจากสื่อต่าง ๆ ในทำนองคล้าย ๆ กัน แต่ไม่ค่อยมีความคิดเชิงวิเคราะห์ที่เป็นของตัวเอง พอโดนอาจารย์ที่สัมภาษณ์ไล่เบี้ย หลายคนถึงกับน้ำตาแตก ปีก่อนมีเหตุการณ์เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท อาจารย์ที่สัมภาษณ์คู่กันเค้าเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องชนชั้นล่าง เลยถามว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท เด็กก็ตอบตามที่อ่านจากสื่อว่าไม่เห็นด้วยเพราะจะเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิด ทำให้เกิดอัตราเงินเฟ้อ บลา ๆๆ อาจารย์ถามว่าแล้วไม่มองในมุมมองของชนชั้นแรงงานบ้างหรือ อาจารย์ก็แย้งโดยให้เหตุผลให้คิดกลับในอีกมุมหนึ่ง เด็กถึงกับน้ำตาแตกเพราะเหตุผลที่เอามาตอบไม่ได้กลั่นมาจากความคิดของตัวเอง จริง ๆ คำถามเชิงวิเคราะห์เหล่านี้อาจจะโหดไปสำหรับเด็กที่เรียนในระบบการศึกษาไทย เพราะเด็กไม่เคยถูกสอนแบบนี้มาก่อน

การสัมภาษณ์ครั้งนี้ทำให้เห็นปัญหาของระบบการศึกษาของไทย รวมไปถึงการเลี้ยงดูลูกแบบประคบประหงมของพ่อแม่คนไทย หลายคนมีโอกาสดีที่พ่อแม่จัดสรรให้ เช่นเคยไปต่างประเทศ พูดด้วยสำเนียงใกล้เคียงเจ้าของภาษา แต่สิ่งที่ขาดไปที่เงินซื้อไม่ได้คือประสบการณ์ชีวิตนอกห้องเรียน ซึ่งการจะได้มาซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ต้องแลกมาด้วยความลำบาก ความทุกข์ทรมาน การได้ไปเห็นโลกมุมอื่นที่ห่างจากความคุ้นชิน หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่าออกจาก comfort zone จึงจะเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง ปัญหานี้น่าจะเป็นวาระระดับชาติเลยทีเดียว

———

อ้างอิง

https://www.facebook.com/lwicharn?ref=ts&fref=ts

ภาพประกอบพิเศษ http://www.thewatchdogonline.com/mathematics-and-critical-thinking-13741

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

  • เพื่อน

%d bloggers like this: